สิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย
สิทธิของผู้ต้องหา
1. สิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิด
และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดจะแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด
จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้ (รัฐธรรมนูญฯ
ม. 33)
2. สิทธิที่จะได้รับการสอบสวนหรือพิจารณาด้วยความรวดเร็ว
ต่อเนื่องและเป็นธรรม (รัฐธรรมนูญฯ ม. 241 วรรคแรก.ป.วิอาญา
ม. 130.179)
3. สิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐด้วยการจัดหาทนายความให้
(รัฐธรรมนูญฯม. 142, และ ป.วิอาญา ม. 134,134/1,134/2,134/3
134/4,173)
4. สิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองอันอาจทำให้ตนเองถูกฟ้องคดี
(รัฐธรรมนูญฯ ม. 243 วรรคแรก)
5. สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวในกรณีที่ถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(รัฐธรรมนูญฯ ม. 240, และ ป.วิอาญา ม. 90)
6. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคำขอประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาอย่างรวดเร็ว
และจะเรียกหลักประกันจนเกินควรมิได้ การไม่ให้ประกันต้องอาศัยเหตุตามกฎหมายและต้องแจ้งเหตุให้ทราบโดยเร็ว
(รัฐธรรมนูญฯม. 239 วรรคแรก และ ป.วิอาญา ม. 106 ถึง 114)
7. สิทธิที่จะอุทธรณ์คัดค้านการไม่ให้ประกันตัว
(รัฐธรรมนูญฯ ม. 239 วรรคสอง , ป.วิอาญา ม. 119 ทวิ)
8. สิทธิที่จะมีล่ามหรือล่ามภาษามือ กรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยหรือไม่สามารถพูดหรือได้ยินหรือสื่อความหมายได้
(ป.วิอาญา ม. 13 วรรคสี่ , ม. 13 ทวิ วรรคแรก)
9. สิทธิที่จะได้รับหลักประกันในเรื่องความสามารถในการต่อสู้คดี
ในกรณีที่เชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดี
ได้ (ป.วิอาญา ม. 14)
สิทธิของจำเลย
1. สิทธิที่จะได้รับหลักประกันในการที่ต้องมีผู้พิพากษานั่งพิจารณาครบองค์คณะ
และผู้พิพากษาที่ไม่ได้นั่งพิจารณาคดีใด จะทำคำพิพากษานั้นมิได้
เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้
(รัฐธรรมนูญฯม. 236)
2. สิทธิที่จะตรวจหรือคัดสำเนาคำให้การของตนในขั้นสอบสวนหรือเอกสารประกอบคำให้การของตน
เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีแล้ว ( รัฐธรรมนูญฯ ม. 241 วรรคสาม)
3.สิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามสมควรเพราะเหตุที่ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาและถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีและมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามิได้เป็นผู้กระทำผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด
(รัฐธรรมนูญฯ ม. 246)
4. ได้รับการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องเป็นธรรม
แต่งทนายแก้ต่างในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาในศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา ปรึกษาทนายความหรือผู้ที่จะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว
ตรวจดูสิ่งที่ยื่นเป็นพยานหลักฐาน และคัดสำเนา ถ่ายรูปสิ่งนั้น
ตรวจดูสำนวนการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา และคัดสำเนาหรือขอรับสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องโดยเสียค่าธรรมเนียม
ตรวจหรือคัดสำเนาคำให้การของตนในชั้นสอบสวนหรือเอกสารประกอบคำให้การของตน
และทนายความของจำเลยมีสิทธิเช่นเดียวกัน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 8)
5. มีสิทธิที่จะขอโอนคดีหรือคัดค้านการขอโอนคดีของโจทก์
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 23)
6. มีสิทธิที่จะรังเกียจผู้พิพากษา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 27)
7. สิทธิที่จะไม่ถูกดำเนินคดีซ้ำ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 36(4))
8. สิทธิจะไม่ยอมไปพบเจ้าพนักงานหรือศาล ถ้าไม่มีหมายเรียก
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 52)
9. มีสิทธิที่จะคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 35)
10. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาของศาลโดยเปิดเผยและต่อหน้าจำเลย
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 172 วรรคแรก เว้นแต่จะพิจารณาลับหลังจำเลย
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ทวิ)
11. สิทธิที่จะได้รับทราบคำฟ้องและคำอธิบายจากศาล
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรคสอง)
12. สิทธิที่จะแถลงเปิดคดีเมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว
, นำพยานหลักฐานมาสืบ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา
174 วรรคสอง วรรคสาม)
13. สิทธิที่จะอยู่ในห้องพิจารณา แม้ศาลจะพิจารณาเป็นการลับ
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 178 (2) และมีสิทธิอยู่ในห้องพิจารณาฟังพยานอื่นเบิกความโดยศาลไม่มีอำนาจสั่งให้ออกไปอยู่นอกห้องพิจารณา
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 236)
14. สิทธิที่จะอุทธรณ์ ฎีกา คัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่ง
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 230)
15. สิทธิที่จะขอไปฟังการเดินเผชิญสืบพยานหรือส่งประเด็นไปศาลอื่น
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 230)
16. สิทธิที่จะอ้างตนเองเป็นพยานได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 233) สิทธิที่จะไม่ยอมให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 232)
17. สิทธิที่จะได้รับฟ้องการอ่านคำเบิกความพยานของศาลไม่ว่าในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237)
18. สิทธิที่จะอ่านหรือตรวจดู หรือขอสำเนาซึ่งพยานเอกสาร
หรือตรวจดูพยานวัตถุ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา
240 และมาตรา 242)
19.สิทธิที่จะได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากศาลอุทธรณ์กรณีที่จำเลยไม่ติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง)
20. สิทธิที่จะได้รับการทุเลาการบังคับโทษจำคุกโทษประหารชีวิต
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 246,247,248)
21. สิทธิที่จะทูลเกล้าขอรับพระราชทานอภัยโทษ
(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 ถึง มาตรา 267)
หมายเหตุ :
ผู้ต้องหา หมายความถึงบุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด
แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล
จำเลย หมายความถึงบุคคลซึ่งถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำความผิด