การสอบปากคำเด็ก
เด็ก" หมายความรวมถึง บุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์
โดยนับในวันที่ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเป็นหลักการสอบปากคำเด็ก
มีวิธีการที่แตกต่างจากการสอบสวนผู้ใหญ่กล่าวคือ
1. ห้องสอบสวนเด็ก ที่แยกเป็นสัดส่วนเหมาะสมกับเด็ก โดยมีห้องของพนักงานสอบสวน
พนักงานอัยการ ทนายความ ห้องหนึ่งแยกต่างหากกับห้องสอบสวนเด็ก
นักจิตวิทยา และบุคคลที่เด็กไว้วางใจ อีกห้องหนึ่ง เพื่อให้เกิดความเป็นกันเอง
ไม่ให้เกิดความเกรงกลัวในการสอบปากคำ
2. วิธีการสอบปากคำเด็ก พนักงานสอบสวนจะสอบถามทางไมโครโฟนผ่านนักจิตวิทยา
แล้วให้นักจิตวิทยาเป็นผู้ถามเด็กอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้นักจิตวิทยากลั่นกรองการใช้คำถาม
และวิธีการถามให้เหมาะสมกับวัยของเด็กและไม่กระทบกระเทือนจิตใจเด็ก
3. ผู้ร่วมการสอบปากคำเด็ก ในกรณีเด็กเป็นผู้เสียหายหรือพยาน
จะต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ พนักงานอัยการ และบุคคลที่เด็กร้องขอ
(บิดามารดาหรือบุคคลที่เด็กไว้ใจ) เข้าร่วมในการสอบถามปากคำ
ส่วนในกรณีเด็กเป็นผู้ต้องหาต้องมีทนายความร่วมฟังการสอบสวนอยู่ด้วย
มาตรการสอบปากคำเด็ก นับเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมไทยและสังคม
ชี้ให้เห็นว่า รัฐให้ความสำคัญ และคุ้มครองการปฏิบัติต่อเด็กมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะจิตใจของเด็กในสภาพการต่างๆ เป็นหัวใจสำคัญ
หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในดคีอาญา
1. ให้จัดตั้งสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยขึ้นในกระทรวงยุติธรรม
(พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
พ.ศ.2544 ม.15)
2. ความผิดที่ผู้เสียหายอาจขอรับค่าตอบแทนได้ตาม ม.17 คือ
ความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 - 287
ความผิดเกี่ยวกับชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 - 294
ความผิดเกี่ยวกับร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 - 300
ความผิดเกี่ยวกับฐานทำให้แท้งลูกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
301 - 305
ความผิดเกี่ยวกับฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรา
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 306 - 308
(พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ ม.17)
3. ค่าตอบแทนผู้เสียหายได้แก่
(1) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลรวมทั้งค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายหรือจิตใจ
(2) ค่าตอบแทนในกรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
(3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ
(พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ ม.18)
4. จำเลยที่มีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายต้องเป็นกรณีดังนี้
(1) เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ
(2) ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี
(3) ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด มีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี
ปรากฏตามคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด
(พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ ม.20)
5. ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ได้แก่
(1) ค่าทดแทนการถูกคุมขัง
(2) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ
ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากถูกดำเนินคดี
(3) ค่าทดแทนคดีที่จำเลยถึงแก่ความตายจากการถูกดำเนินคดี
(4) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างถูกดำเนินคดี
(5) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี (พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ
ม.21)
6. ผู้เสียหาย จำเลยหรือทายาท มีสิทธิ์ขอรับเงินค่าตอบแทน
ค่าทดแทนหรือค่าใช้จ่าย โดยยื่นคำขอต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนของสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
กระทรวงยุติธรรม ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิ์ (พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ
ม.22) อนึ่งหากต้องการทราบผลรายละเอียดกรุณาติดต่อที่ กระทรวงยุติธรรม
|